มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย (Dhammakaya Open University ' California)

ศาสตร์เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

บทความ DOU

หลักคำสอนสำคัญของพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนามุ่งเน้นเรื่องการพ้นทุกข์ และสอนให้รู้จักทุกข์และวิธีการดับทุกข์ ให้พ้นจากอวิชชา (ความไม่รู้ความจริงในธรรมชาติ) อันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์จากกิเลสทั้งปวง คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เน้นการศึกษาทำความเข้าใจ การโยนิโสมนสิการด้วยปัญญา และพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง (ธัมมวิจยะ) เห็นเหตุผลว่าสิ่งนี้มีสิ่งนี้ จึงมี (อิทัปปัจจยตา) จนเห็นตามความเป็นจริงว่าสรรพสิ่งในธรรมชาติเป็นไปตาม กฎพระไตรลักษณ์ และสัตว์โลกที่เป็นไปตามกฎแห่งกรรม แล้วเลือกใช้หลักธรรมในพุทธศาสนาที่เหมาะกับผลที่จะได้สิ่งที่ปรารถนาอย่างถูกต้อง ด้วยความไม่ประมาทในชีวิตให้มีความสุขในทั้งชาตินี้ ชาติต่อๆ ไป (ด้วยการสั่งสมบุญบารมี) ตลอดจนปรารถนาในพระนิพพานของผู้มีปัญญา

 

 

หลักคำสอนในพุทธศาสนามีทั้งหลักปฏิบัติที่เป็นจริยธรรมคุณธรรมและศีลธรรม

 

หลักจริยธรรม
ความกตัญญูกตเวที คือ การรู้จักบุญคุณและตอบแทน อันเป็นหลักธรรมพื้นฐานทั่วไปของมนุษย์ เพื่อการดำรงอยู่อย่างปกติสุข ดังนั้นทุกคนจึงมีหน้าที่ต่อกันด้วยการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมของพระพุทธเจ้า คือการปฏิบัติหน้าที่ต่อกัน

หลักศีลธรรม
คือ หลักคำสอนสำคัญของศาสนา ได้แก่ โอวาทปาติโมกข์ คือ “ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญแต่ความดี การทำจิตให้สะอาดบริสุทธิ์

หลักปรมัตถธรรม
พุทธศาสนา สอน “อริยสัจ 4” หรือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ คือ
1. ทุกข์ที่ทำให้เราเข้าใจปัญหาและลักษณะของปัญหา
2. สมุทัยสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
3. นิโรธความดับแห่งทุกข์
4. มรรควิถีทางอันประเสริฐที่จะนำให้ถึงความดับทุกข์
ความจริงเหล่านี้เป็นสัจธรรมอันจริงแท้ของชีวิตและกฎธรรมชาติที่ตั้งอยู่โดยอาศัยเหตุปัจจัยปรุงแต่ง ดังนั้นเมื่ออธิบายคำสอนสำคัญโดยลำดับตามแนวอริยสัจ ได้แก่

สภาพแห่งทุกข์ (ทุกข์)
ได้แก่ ไตรลักษณ์ (หลักอภิปรัชญาของพุทธศาสนา) ลักษณะสภาพพื้นฐานธรรมชาติที่เป็นสากลอย่างหนึ่ง จากทั้งหมด 3 ลักษณะ ที่ พุทธศาสนาได้สอนให้เข้าใจถึงเหตุลักษณะสากลแห่งสรรพสิ่งที่เป็นไปภายใต้กฎธรรมดา อันได้แก่
1. อนิจจัง (ความไม่เที่ยงแท้ มีอันต้องแปรปรวนไป)
2. ทุกขัง (ความทนอยู่อย่างเดิมได้ยาก)
3. อนัตตา (ความไม่มีแก่น สาระ ให้ถือเอาเป็นตัวตน ของเราและของใครๆ ได้อย่างแท้จริง)และได้ค้นพบว่า นอกจากการ แก่ เจ็บ และตาย เป็นทุกข์ (ซึ่งมีในหลักคำสอนของศาสนาอื่น) แล้ว ยังสอนว่า การเกิดก็นับเป็นทุกข์ ในทางพระพุทธศาสนานั้นปฏิเสธการมีอยู่ของพระเจ้า และเชื่อว่า โลกนี้เกิดขึ้นจาก กฎแห่งธรรมชาติ

พระไตรปิฏก

ไตรปิฏก “ปิฏกสาม” ปิฏก แปลตามศัพท์อย่างพื้นๆ ว่า กระจาดหรือตะกร้า อันเป็นภาชนะสำหรับ ใส่รวมของต่างๆ เข้าไว้ นำมาใช้ในความหมายว่า เป็นที่รวบรวมคำสอนในพระพุทธศาสนาที่จัดเป็นหมวดหมู่แล้ว โดยนัยนี้ ไตรปิฏกจึงแปลว่า คัมภีร์ที่ีบรรจุพุทธพจน์ (และเรื่องราวชั้นเดิมของพระพุทธศาสนา) 3 ชุด หรือ ประมวลแห่งคัมภีร์ที่รวบรวมพระธรรมวินัย 3 หมวด กล่าวคือ วินัยปิฏก สุตตันตปิฏก และอภิธรรมปิฏก พระไตรปิฏก จัดแบ่งหมวดหมู่โดยย่อดังนี้

พระไตรปิฎก เดิมเรียกว่า พรหมจรรย์ ในสมัยพระพุทธเจ้าจดจำกันมาโดยวิธีมุขปาฐะ (ปากเปล่าซึ่งมีพระสงฆ์ที่ช่ำชองในแต่ละหมวด  ในด้านพระวินัย  ถือว่าพระอุบาลีเป็นผู้ทรงจำได้มากและนำมาถ่ายทอด  ในด้านพระสูตร   พระอานนท์ถือว่าเป็นผู้จำได้มากนำมาถ่ายทอด  ส่วนพระอภิธรรมปิฎก  ถือว่าพระสารีบุตรเถระ เป็นผู้สืบทอดมา  หลังจากพระพุทธองค์ปรินิพพานแล้วก็ยังไม่มีพระไตรปิฎก มีเพียงพระธรรมวินัยเท่านั้น พระสงฆ์จึงจัดให้มีการสังคายนารวบรวมหลักคำสอนเป็นหมวดหมู่และจารึกเป็นลายลักษณ์อักษรภาษาบาลีลงในใบลาน โดยพระรักขิตมหาเถระเป็นประธานในคราวทำสังคายนาที่ประเทศศรีลังกาในพุทธศตวรรษที่ 5 (..450)  แต่นั้นจึงเรียกว่า พระไตรปิฎก ซึ่งมาจากคำว่า พระ+ไตร+ปิฎก  ซึ่งแปลว่า คัมภีร์ หรือ ตะกร้า ใบอันประเสริฐ ประเทศไทยได้พิมพ์พระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลีอักษรไทยเป็นครั้งแรก เมื่อสมัยรัชกาลที่ และในสมัยรัชกาลที่  8  ได้เริ่มแปลจากภาษาบาลีเป็นภาษาไทยและแปลสำเร็จในสมัยรัชกาลที่ 9  ได้พิมพ์เป็นครั้งแรกในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ เมื่อ พ.. 2500

พระไตรปิฎก มีความสำคัญเพราะเป็นคัมภีร์ที่จารึกหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ประกอบไปด้วยพระธรรมและวินัย  ซึ่งพระธรรมวินัยนี้มีความสำคัญในฐานะเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า  เป็นจุดยืนของพระพุทธศาสนาที่ช่วยให้พุทธบริษัทได้มีแนวทางในการปฏิบัติตามหลักศาสนาในทิศทางเดียวกัน  ช่วยให้พระพุทธศาสนาดำรงอยู่ไว้มาจนถึงปัจจุบันนี้

การแบ่งหมวดหมู่พระไตรปิฎก

            พระไตรปิฎก  แบ่งออกเป็น  3  หมวด  ได้แก่   พระวินัยปิฎก  พระสุตตันตปิฎก  และพระอภิธัมมปิฎก  ตามลำดับ

 พระวินัยปิฎก    หรือเรียกสั้นๆ ว่า พระวินัย เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า เกี่ยวกับศีลหรือสิกขาบท (บทบัญญัติ) ตลอดจนพิธีกรรม และ ธรรมเนียมของสงฆ์ อันเป็นกฎระเบียบที่พระภิกษุสงฆ์ และพระภิกษุณี สงฆ์จะต้องปฏิบัติ รวมถึงพุทธประวัติบางตอน และประวัติการทำสังคายนา มีทั้งสิ้น ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

พระสุตตันตปิฎก   เป็นที่รวมของพระพุทธพจน์ที่เกี่ยวกับเทศนาธรรม ซึ่งประกอบด้วย เนื้อหาสาระ บุคคล เหตุการณ์ สถานที่ ตลอดจนบทประพันธ์ ชาดก หรือ เรื่องราวอดีตชาติของพระโคตมพุทธเจ้า เมื่อกล่าวโดยรวมก็คือ คำสอนที่ประกอบด้วยองค์ 9 ที่เรียกว่า นวังคสัตถุศาสน์ นั่นเอง นับเป็นธรรมขันธ์ได้ 21,000 พระธรรมขันธ์

พระอภิธรรมปิฎก   หรือเรียกสั้นๆ ว่า พระอภิธรรม เป็นหมวดที่ ประมวลพุทธพจน์อันเกี่ยวกับหลักธรรมที่เป็นวิชาการว่าด้วยเรื่องของ ปรมัตถธรรม๑ ล้วนๆ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อกล่าวถึงบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ทางพระอภิธรรมถือว่าบุคคลนั้นไม่มี มีแต่สิ่งซึ่งเป็นที่ประชุมรวมกันของ จิต เจตสิก รูป เท่านั้น ดังนั้น ธรรมะในหมวดนี้จึงไม่มีเรื่องราว ของบุคคล เหตุการณ์ หรือสถานที่ซึ่งเป็นสิ่งสมมุติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย พระอภิธรรมปิฎก มีอยู่ทั้งสิ้น ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ แบ่งออกเป็น ๗ คัมภีร์ เรียกโดยย่อว่า สัง. วิ. ธา. ปุ. กะ. ยะ. ปะ. (หัวใจพระอภิธรรม)

                    ก่อนปรินิพพาน พระพุทธเจ้าได้ตรัสทำนองสั่งเสียกับพระอานนท์ว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานล่วงลับไปแล้ว จะไม่ทรงตั้งภิกษุรูปใดแทนพระองค์ หากแต่ให้ชาวพุทธทั้งหลายยึดพระธรรมวินัยเป็นศาสดาแทนพระองค์ ตามพระพุทธพจน์ว่า “โย โว อานนฺท มยาธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต โส โว มมจฺจเยน สตฺถา” แปลว่า ดูก่อน อานนท์ ธรรมและวินัยใดที่เราได้แสดงแล้วและบัญญัติแล้วแก่เธอทั้งหลาย ธรรมและวินัยนั้น เป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย โดยกาลที่เราล่วงลับไป

     พระพุทธพจน์นี้แสดงให้เห็นว่า พระธรรมวินัย ถือเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จึงเท่ากับเป็นองค์พระศาสดาและเป็นตัวแทนพระพุทธศาสนา และพระธรรมวินัยทั้งหลายนั้นล้วนได้ประมวลอยู่ใน พระไตรปิฏก ทั้งสิ้น

อาจกล่าวได้ว่า พระไตรปิฏก มีความสำคัญดังนี้ คือ

๑. เป็นที่รวบรวมไว้ซึ่งพระพุทธพจน์ คือคำสั่งของพระพุทธเจ้า
๒. เป็นที่สถิตของพระศาสดาของพุทธศาสนิกชน เราสามารถเฝ้าพระพุทธเจ้า หรือรู้จักพระพุทธเจ้าได้จากพระไตรปิฏก
๓. เป็นแหล่งต้นเดิมหรือแม่บทในพระพุทธศาสนา
๔. เป็นมาตรฐานตรวจสอบคำสอนและข้อปฏิบัติในพระพุทธศาสนา คำสอนและข้อปฏิบัติใดๆ ที่จะถือว่าเป็นคำสอนและข้อปฏิบัติในพระพุทธศาสนาได้ จะต้องสอดคล้องกับพระธรรมวินัยในพระไตรปิฏก
๕. เป็นคัมภีร์ที่ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ทางวิชาการ

 

ศูนย์ประสานงาน

มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย

ติดต่อด้วยตัวเอง

ศูนย์ประสานงาน มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย อาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ฯ โซนอาคาร ชั้น  2  วัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

  • วันจันทร์ – เสาร์   เวลา 9.00 – 11.00 และ 13.00 – 17.00 น.
  • วันอาทิตย์ที่ เสา N26 สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย
  • โทรศัพท์ 093-0757997,086-326-3822

ติดต่อทางไปรษณีย์

ส่งเอกสารต่างๆ โดยจ่าหน้าซองมาที่

ศูนย์ประสานงานดีโอยู ตู้ ป.ณ. 69 ปณจ. คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120

ทาง Internet

website : www.dou.us  / www.thaidou.us

email : info@dou.us (สำหรับนักศึกษาในประเทศไทย) , jp-dou@dou.us (สำหรับนักศึกษาในประเทศอื่นๆ