มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย (Dhammakaya Open University ' California)

ศาสตร์เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

อัตตา,สักกายทิฏฐิ

การเห็นกายว่าเป็นตัวตนนั้นก็จัดเป็นสังโยชน์ที่มัดสัตว์ไว้กับทุกข์ไม่ให้ดิ้นหลุดออกไปได้

อัตตา

โดยสภาวธรรมชาติของปุถุชนอันมีมาแต่การเกิด ย่อมยึดมั่นมองเห็นชีวิต ซึ่งก็คือขันธ์๕ ว่าขันธ์ใดขันธ์หนึ่ง หรือทั้งหมด ว่าเป็นอัตตาคือตัวตนหรือเป็นของตัวของตนอย่างแท้จริง  หรือยึดถือว่าอัตตา(ตัวตน,หรือเป็นของตัวตน)ไปเนื่องด้วยขันธ์ ๕ โดยอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังเช่น ความเชื่อถือความยึดถือในวิญญาณในลักษณาการของเจตภูต ก็คือ ความเชื่อว่าวิญญาณอันเป็นกองหนึ่งของขันธ์ ๕ เป็นอัตตาหรือเป็นของตัวตน,  หรือการเชื่อว่าตัวตนเป็นของตน ที่มีมาแต่กำเนิดโดยไม่รู้ตัว เหตุเพราะว่า สามารถบังคับบัญชารูปขันธ์ให้กระทำอะไรก็ได้ดังประสงค์ ดังนั้นจึงแอบหลงเข้าใจไปโดยไม่รู้ตัวว่า รูปขันธ์จึงย่อมเป็นของตัวของตนหรืออยู่ในอำนาจตน,  อนึ่งพึงระลึกเข้าใจด้วยว่า ความเชื่อ,ความคิดเห็นในเรื่องอัตตาดังนี้ มีทั้งที่เกิดขึ้นและเป็นไปอย่างรู้ตัวด้วยเข้าใจผิด และเป็นไปในลักษณะนอนเนื่องอยู่ในจิต มีความเชื่อหรือทิฏฐินี้อยู่แต่ไม่รู้ตัว  แต่พร้อมที่จะเกิดขึ้นมาหรือพลุ่งพล่านขึ้นมาซึมซาบขึ้นย้อมจิตเมื่อประสบกับอารมณ์ต่างๆ จึงเป็นไปในลักษณะเดียวหรืออันเดียวกับอาสวะกิเลสนั่นเอง จึงเป็นไปด้วยอวิชชาเช่นกัน คือ เกิดขึ้นและเป็นไปเช่นอาสวะกิเลสด้วยความไม่รู้ และโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย

โยนิโสมนสิการหรือพิจารณาอัตตาในขันธ์ ๕ เพื่อละอัตตาในสักกายทิฏฐิ

ธรรมนิยามหรือพระไตรลักษณ์ มีกฏอยู่ว่า ธรรมหรือสิ่งทั้งหลายทั้งปวงล้วนเป็นอนัตตา,  อนัตตาจึงเป็นสภาวธรรมที่แย้งหรือตรงข้ามกับอัตตาโดยตรงที่สุด,  ส่วนชีวิตหรือขันธ์หรือเบญจขันธ์ที่ปุถุชนพากันหลงไปยึดไปถือกันว่าเป็นอัตตากันโดยไม่รู้ตัวนั้น ก็เนื่องด้วยอวิชชานั่นเอง  ทั้งๆที่ชีวิตหรือขันธ์ หรือขันธ์ทั้ง๕ หรือเบญจขันธ์ ทั้งหมดหรือแม้แต่ละกองของขันธ์ ๕ ก็ตามที ล้วนเป็นสังขารจึงเป็นอนัตตา แต่ถูกมายาจิตหลอกลวงสวมเขามาให้ตั้งแต่เริ่มรู้ความ ให้ไปหลงคิดหลงยึดหลงเข้าใจเอาไปเองอย่างผิดๆด้วยมายาว่า ขันธ์ ๕ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของขันธ์ ๕ ดังเช่น ร่างกาย(รูปขันธ์), เวทนา, สัญญา, สังขาร, วิญญาณ ฯ. ว่าเป็นอัตตาตัวตน หรือเป็นของตัวตน

สักกายทิฏฐิ

สักกายทิฏฐิ คือ ความคิด ความเห็น ความเชื่อ ความเข้าใจว่า ร่างกาย, หรือว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของขันธ์ ๕, หรือแม้แต่ชีวิตคือขันธ์ทั้ง ๕ ว่าเป็นอัตตา เป็นตัวตน หรือเป็นของตัวตน อย่างแท้จริง,  จัดเป็นสังโยชน์ข้อแรกของธรรมหรือสิ่งที่มัดสัตว์ไว้ให้อยู่กับกองทุกข์ ไม่ให้ดิ้นหลุดไปได้,  ครานี้จึงเป็นการจำแนกแตกธรรมกันเรื่องอัตตา ที่มีสภาวะตรงข้ามหรือขัดแย้งหรือเป็นปฏิปักษ์กับอนัตตา ว่าอัตตามีความหมายเยี่ยงไรกันแน่  พระบรมศาสดาจึงกล่าวแย้งว่า ธรรมทั้งปวงล้วนอนัตตา  โดยเฉพาะจะกล่าวเน้นในสิ่งที่มีความเชื่อความเข้าใจความยึดถือใกล้ตัวที่สุด และรุนแรงที่สุด คือ ชีวิตหรือตัวตนหรือขันธ์ ๕ ที่ย่อมครอบคลุมแม้รูปขันธ์หรือกองร่างกายด้วย เพื่อการบรรเทาหรือลดละในสักกายทิฏฐิ

เมื่อนำรูปหรือรูปขันธ์มาพิจารณาโดยแยบคายหรือโยนิโสมนสิการ  โดยอย่าไปน้อมเชื่อในพระคัมภีร์ หรือข้อเขียนนี้ด้วยอธิโมกข์ แต่ขอให้เกิดจากการโยนิโสมนสิการอย่างหาเหตุหาผลจริงจัง ก็จะพบความจริงยิ่งว่า รูปไม่เป็นอัตตาจริง เพราะตนย่อมบังคับบัญชาในรูปไม่ได้  รูปไม่ได้อยู่ในอำนาจของอัตตาหรือตนโดยตรง กล่าวคือ จะไปบังคับบัญชาในรูปไม่ได้เลยว่า ขอรูปจงเป็นอย่างนี้เถิด  ขอรูปจงอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย  ขอรูปจงได้อย่าได้อาพาธเจ็บป่วยเลย  ขอรูปจงอย่าแก่อย่าเฒ่าเลย  ขอรูปจงอย่าแตกดับเลย  ก็ย่อมไม่สมปรารถนาดังที่หวังเป็นที่สุด   พิจารณาแล้วก็จริงอยู่ดังนี้จริงๆ  และยังเป็นที่รู้ๆกันโดยนัยๆอยู่โดยทั่วไปในปุถุชนตลอดจนบุคคลต่างศาสนาเสียอีกด้วย  แต่เพราะอวิชชาจึงถูกมายา พาปุถุชนล้วนสิ้นให้ถูกครอบงำให้เห็นผิดเพี้ยนความจริงไปโดยไม่รู้ตัว  ก็เพราะการที่ไปเห็น,เข้าใจ,ใช้งานบ่อยๆเสมอๆว่า เราเองหรือชีวิตหรือขันธ์ที่ประชุมกันแล้วนี้  สามารถบังคับบัญชาควบคุม รูปขันธ์หรือร่างกายตัวตน ให้กระทำในสิ่งต่างๆได้  ซ้ายหัน  ขวาหัน  เดิน  กิน  นอน  ยืน  นั่ง กระโดด  หรือให้กระทำต่างๆนาๆได้ดังใจ  จึงเกิดมายาของจิตที่เกิดจากการสั่งสมจนรุนแรงพอให้พาลไปหลงผิดหลงยึดโดยไม่รู้ตัวไปว่า ควบคุมบังคับรูปขันธ์ได้  จึงเห็นผิดหรือหลงผิดไปว่ารูปขันธ์เป็นของตัวตน อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของตน   แต่ไม่ใช่เลย  การกระทำทุกชนิดโดยรูปขันธ์นั้น ล้วนเกิดแต่การไปเป็นเหตุปัจจัยร่วมกับขันธ์อื่นๆทั้งสิ้น เป็นเพียงสังขารขันธ์หรือการกระทำต่างๆที่อาศัยกองรูปขันธ์เป็นเหตุปัจจัยร่วมด้วยเท่านั้นเอง   เมื่อต้องอาศัยรูปขันธ์เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งร่วมด้วยกับขันธ์อื่นๆ จึงเป็นเพียงแค่การบังคับบัญชาได้แค่การกระทำของรูปขันธ์ที่อาศัยขันธ์ต่างๆร่วมเป็นปัจจัยด้วยขึ้นมาได้เท่านั้น  เพราะอวิชชาความไม่รู้จึงถูกมายาของจิตหลอกลวงให้ลุ่มหลงไปว่า สามารถควบคุมบังคับรูปขันธ์ได้อย่างแท้จริง จึงครอบคลุมหลงผิดไปกันว่า สามารถบังคับบัญชาได้อย่างแท้จริงในรูปขันธ์  จึงย่อมไม่สมดังหวังเป็นที่สุด,  อาการมายาของจิตที่เกิดขึ้นและเป็นไปดังนี้  เป็นไปเฉกเช่นดังการเกิดขึ้นและเป็นไปของการเกิดขึ้นแห่งอัตตวาทุปาทานในอุปาทาน ๔ นั่นเอง

ศูนย์ประสานงาน

มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย

ติดต่อด้วยตัวเอง

ศูนย์ประสานงาน มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย อาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์ฯ โซนอาคาร ชั้น  2  วัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

  • วันจันทร์ – เสาร์   เวลา 9.00 – 11.00 และ 13.00 – 17.00 น.
  • วันอาทิตย์ที่ เสา N26 สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย
  • โทรศัพท์ 093-0757997,086-326-3822

ติดต่อทางไปรษณีย์

ส่งเอกสารต่างๆ โดยจ่าหน้าซองมาที่

ศูนย์ประสานงานดีโอยู ตู้ ป.ณ. 69 ปณจ. คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120

ทาง Internet

website : www.dou.us  / www.thaidou.us

email : info@dou.us (สำหรับนักศึกษาในประเทศไทย) , jp-dou@dou.us (สำหรับนักศึกษาในประเทศอื่นๆ