มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย

คิหิสุข : สุขของฆราวาสผู้ครองเรือน

"คิหิสุข"

คิหิสุข หมายถึง สุขของคฤหัสถ์ คือ ความสุขของชาวบ้าน เป็นความสุขที่ชาวบ้านควรพยายามเข้าถึงได้สม่ำเสมอ หรือ ความสุขอันชอบธรรมที่่ผู้ครองเรือนควรมี

ความสุขคืออะไร

ความสุข คือ ความสบายกายสบายใจ เป็นสิ่งที่คนเราต้องการมากที่สุด ตรงกันข้ามกับความทุกข์ที่ไม่มีใครต้องการ แต่ทำไมคนเราจึงยังมีทั้งความสุขและความทุกข์ คือ มีสุขบ้าง ทุกข์บ้างคละเคล้ากันไป ต่างแต่บางคนมีสุขมากกว่าทุกข์ บางคนมีทุกข์มากกว่าสุข ถ้าท่านทั้งหลายรู้จักสุขและทุกข์ และเหตุเกิดแห่งสุขและทุกข์ได้เป็นอย่างดี ก็จะตอบคำถามนี้ได้อย่างมีเหตุผล
ก่อนอื่น ท่านทั้งหลายต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ความสุขและความทุกข์ของมนุษย์ เกิดจากการกระทำของมนุษย์เอง ที่เรียกว่าเป็น กรรมลิขิต คือ เป็นไปตามกรรมของแต่ละคน ไม่ใช่เกิดจากการอ้อนวอน หรือ การบันดาลของเทพเจ้าที่เรียกว่า พรหมลิขิตความสุข เกิดจากกรรมฝ่ายกุศล ตรงข้ามกับความทุกข์ที่เกิดจากกรรมฝ่ายอกุศล เช่น อบายมุข ๖ ที่กล่าวมาแล้ว ความสุขจัดอยู่ใน นิโรธ (ธรรมที่ควรบรรลุ) ส่วนความทุกข์จัดอยู่ใน ทุกข์ (ธรรมที่ควรรู้) ในอริยสัจ ๔ การเรียนรู้เรื่องทุกข์ ก็เพื่อให้รู้จักตัวทุกข์และเหตุเกิดแห่งทุกข์ ซึ่งได้แก่ ตัณหา (ความอยาก) และละที่ต้นเหตุนั้นให้ได้ ในทำนองเดียวกัน การเรียนรู้เรื่องสุขและเหตุเกิดแห่งสุข ก็เพื่อให้รู้จักตัวสุข และเหตุเกิดแห่งสุข แล้วนำมาปฏิบัติให้ได้สุขนั้นมา

คิหิสุข (house-life happiness) สุขของคฤหัสถ์ผู้มิใช่นักบวชที่สละออกจากทางโลก ประกอบด้วย 4 ประการ
 
1. อัตถิสุข คือ ความสุขอันเกิดจากการมีทรัพย์ ซึ่งทำให้คนเกิดความภูมิใจว่าตนมีทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียร
 
 
2.โภคสุข คือ สุขอันเกิดจากการใช้ทรัพย์ ซึ่งทำให้คนภูมิใจว่าตนได้ใช้ทรัพย์ที่ได้มาโดยชอบธรรมนั้น เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว รวมไปถึงการใช้เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลสังคมโดยรวม
 
 
3.อนณสุข คือ สุขอันเกิดจากการไม่มีหนี้ ซึ่งทำให้คนภูมิใจว่าตนเป็นไท ไม่มีหนี้ติดค้างใคร

 
 
4. อนวัชชสุข คือ สุขอันเกิดจากการเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติดี ซึ่งทำให้คนภูมิใจว่าตนไม่มีความประพฤติทุจริต ไม่บกพร่องเสียหายใครๆ ก็ติเตียนไม่ได้
 
 
ถ้านำธรรม 4 ประการนี้มาเป็นตัวชี้วัดความสุขของคนไทยในรอบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา จะพบว่า มีความสุขลดลง และมีความทุกข์เพิ่มขึ้น ทั้งนี้อนุมานได้จากเหตุปัจจัยทั้งทางเศรษฐกิจ และทางสังคมดังต่อไปนี้
 
 
1. ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นคนระดับกลาง และล่างของสังคมมีเงินออมน้อยลง และมีหนี้สินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคเกษตรและในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้ใช้แรงงาน

2. อาชญากรรมประเภทลักเล็กขโมยน้อย อันมีสาเหตุมาจากความยากจน การตกเป็นทาสยาเสพติด และการพนันเพิ่มมากขึ้น

3. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และสังคมของรัฐบาลล้มเหลว ทั้งนี้อนุมานได้จากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

3.1 ช่องว่างรายได้ระหว่างคนจนกับคนรวยห่างกันมากขึ้น จะเห็นได้ชัดเจนในขณะที่คนรวยใช้จ่ายเพื่อการบริโภคอย่างฟุ่มเฟือย คนจนไม่มีแม้กระทั่งซื้อข้าวกิน มีหนี้สินล้นตัว และส่วนใหญ่เป็นหนี้นอกระบบที่กู้มากินมาใช้ และลงทุนค้าขายเล็กๆ น้อยๆ โดยเสียดอกเบี้ยรายวัน มีรายได้ไม่พอจ่ายดอก ถูกเจ้าหนี้ตามทวงขู่เข็ญ บังคับ บางรายถึงกับฆ่าตัวตายเพื่อหนีหนี้ดังที่เคยปรากฏเป็นข่าว

3.2 นโยบายภายใต้ยี่ห้อประชารัฐ ประชานิยมที่มุ่งเน้นการลด แลก แจก แถม ในทำนองเดียวกับการส่งเสริมการขายสินค้าตัวใหม่ ไม่ได้ช่วยให้ความจนลดลงและหมดไป ดังที่รัฐมนตรีบางท่านเคยคุยโวไว้ และที่เป็นเช่นนี้ก็ด้วยเหตุว่า เจตนาที่แท้จริงในการทำนโยบายในทำนองนี้มาใช้ ก็เพื่อมุ่งแสวงหาความนิยมทางการเมืองมากกว่าที่จะมุ่งแก้ปัญหาความยากจน อันเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศ

ด้วยเหตุที่ว่ามานี้ ถ้ารัฐบาลต้องการจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และสังคมโดยมุ่งเน้นให้คนไทยมีความสุขเพิ่มขึ้น และความทุกข์ลดลง จะต้องแก้ให้ตรงประเด็น โดยการขจัดเหตุแห่งปัญหา เริ่มจากการสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนมีรายได้จากการทำงาน และประกอบอาชีพเพียงพอต่อการดำรงชีพตามอัตภาพของแต่ละคน โดยไม่ต้องก่อหนี้และจะต้องส่งเสริมการออม โดยยึดหลักโภควิภาค 4 ตามแนวทางของพุทธ คือ แบ่งรายได้ทุกครั้งที่หามาได้โดยชอบธรรมออกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน หรือเท่ากับส่วนละ 25% แล้วนำ 1 ส่วนหรือ 25% มาเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงตนเอง และครอบครัว รวมไปถึงการช่วยเหลือเกื้อกูลสังคมเท่าที่จำเป็น นำ 50% มาเป็นทุนในการประกอบกิจการเพื่อให้เกิดรายได้ และนำ 25% สุดท้ายเก็บเป็นเงินออมไว้ใช้เมื่อคราวจำเป็น เช่น จ่ายค่ารักษาในยามเจ็บป่วย เป็นต้น และเก็บไว้เป็นทุนในการประกอบธุรกิจ โดยไม่ต้องพึ่งเงินกู้หรือต้องพึ่งก็ให้น้อยที่สุด เพื่อให้เกิดการคุ้มทุนโดยเร็ว

แต่การที่จะให้ประชาชนดำเนินชีวิตในทำนองนี้ได้ รัฐบาลเองต้องเป็นแบบอย่างในการใช้งบประมาณ โดยการบริหารรายได้อันเกิดจากการเก็บภาษีให้คุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุด และหลีกเลี่ยงการก่อหนี้โดยไม่จำเป็น ทั้งนี้จะต้องป้องกันมิให้เกิดการทุจริต อันเป็นเหตุให้งบประมาณรั่วไหล โดยที่คนไทยโดยรวมไม่ได้ประโยชน์ แต่ต้องแบกรับภาระในการจ่ายภาษี

 

บทความที่น่าสนใจ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hvLzAvdWQvMjgvMTQxNDMzL3NzLmpwZw==

มิจฉาทิฏฐิ

การฝึกสมาธิเพื่อให้เกิดประโยชน์และคุณค่า ผู้ฝึกหรือผู้ปฏิบัติย่อมต้องการที่จะฝึกหรือปฏิบัติในแนวทางที่ถูกต้อง นอกจากจะฝึกหรือปฏิบัติได้ถูกต้องแล้ว จำเป็นจะต้องทราบว่าวัตถุประสงค์ของการฝึก หรือปฏิบัติเพื่ออะไร

921228_409401582492509_1584317461_o

ความจริงของชีวิต

ธรรมชาติมีลักษณะร่วม 3 ประการ คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เกิดจากเหตุปัจจัยมาประชุมกันชั่วคราวแล้วแตกสลาย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาลอยๆ และเป็นสภาวะที่ไม่สามารถควบคุมได้ นี่เป็นกฏธรรมชาติ

images

จักรวาลวิทยา

โลก 3 คือ สัตวโลก สังขารโลก โอกาสโลก (หรือ อากาสโลก) ในโลกทั้ง 3 นั้น หมู่สัตว์ทั้งหลายที่เนื่องด้วยอินทรีย์ ที่เป็นไปด้วยสามารถแห่งการสืบต่อ แห่งรูปธรรม อรูปธรรม และทั้งรูปธรรมและอรูปธรรม

Untitled-12556

ขันธ์ 5

กองแห่งรูปหรือนาม ที่ประชุมกันเข้าเป็น 5 หมวด ซึ่งบัญญัติเรียกว่า สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา สิ่งที่แยกกันไว้เป็นกลุ่ม เป็นกอง หรือเป็นพวกๆ จำนวน 5 อย่างนั้น คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ

ศูนย์ประสานงาน

มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย

ติดต่อด้วยตัวเอง
ศูนย์ประสานงานมหาวิทยาลัยธรรมกายแคลิฟอร์เนีย  อาคาร 100 ปีคุณยายอาจารย์ฯ โซนอาคาร 3 ชั้น 2
วัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ. ปทุมธานี    
– วันจันทร์-เสาร์ เวลา 9.00-11.00 และ 13.00-17.00 น.
– วันอาทิตย์ที่เสา N26 สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย โทรศัพท์ 062-620-9090,086-326-3822
ติดต่อทางไปรษณีย์
ส่งเอกสารต่างๆ โดยจ่าหน้าซองมาที่
ศูนย์ประสานงานดีโอยู ตู้ ป.ณ. 69 ปณจ.คลองหลวง จ.ปทุธานี 12120
ทาง Internet
website    : www.dou.us/www.thaidou.us
email        : info@dou.us (สำหรับนักศึกษาในประเทศไทย) / jp-dou@dou.us (สำหรับนักศึกษาในประเทศอื่นๆ)