มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย
ศาสตร์เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์


โยนิโสมนสิการ

“โยนิโสมนสิการ” ประกอบด้วย โยนิโส กับ มนสิการ  โยนิโสมาจาก โยนิ ซึ่งแปลว่าเหตุต้นเค้าแหล่งเกิดปัญญาอุบายวิธีทาง ส่วนมนสิการ แปลว่า การทําในใจการคิดคํานึงนึกถึงใส่ใจพิจารณา เมื่อรวมเข้าเป็นโยนิโสมนสิการ ท่านแปลสืบๆกันมาว่าการทําในใจโดยแยบคายการทําในใจโดยแยบคายนี้มีความหมายแค่ไหนเพียงใดคัมภีร์ชั้นอรรถกถาและฎีกาได้ไขความไว้โดยวิธีแสดงไวพจน์ให้เห็นความหมายแยกเป็นต่างๆ เช่น อุบายมนสิการ แปลว่าคิดหรือพิจารณาโดยอุบายคือคิดอย่างมีวิธีหรือคิดถูกวิธีหมายถึงคิดถูกวิธีที่จะให้เข้าถึงความจริงสอดคล้องเข้าแนวกับสัจจะทําให้หยั่งรู้สภาวลักษณะและสามัญลักษณะของสิ่งทั้งหลาย

โยนิโสมนสิการ หมายถึง การทำในใจโดยแยบคาย การคิดพิจารณาอย่างละเอียด ถี่ถ้วนและลึกซึ้ง หรือการคิดที่ถูกวิธี มีระเบียบ มีเหตุผล และสร้างสรรค์ มี 10 วิธี ดังนี้
1. วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย คือ คิดแบบมีเหตุผล เช่นพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้โดยใช้วิธีการคิดแบบสืบสาวหาเหตุจากปัจจัย พระองค์ตั้งคำถามขึ้นมาเกี่ยวกับเวทนา ได้แก่ ความรู้สึกสุขทุกข์ โดยทรงพิจารณาว่าเวทนาที่เป็นสุขเป็นทุกข์นี้เกิดขึ้นโดยมีอะไรเป็นปัจจัย แล้วพระองค์ก็สืบสาวไปก็ทรงค้นพบว่า มีผัสสะ เป็นต้น
2. วิธีคิดแบบแยกแยะ ส่วนประกอบ คือ การคิดจำแนกแยกแยะองค์รวมของสิ่งต่าง ๆ ออกเป็นองค์ย่อย ๆ ทำให้มองเห็นความและความสมพันธ์ขององค์ประกอบย่อยเหล่านั้นว่ามีความเกี่ยว กับเนื่องกัน เป็นเหตุเป็นผลและพึ่งพาอาศัยกันอย่างไร จึงประสานสอดคล้องกันเป็นองค์รวม วิธีคิดแบบนี้จะทำให้เรารู้และเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ตามสภาพความเป็นจริง
3. วิธีแบบสามัญลักษณะ คือ คิดแบบไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) คือคิดแบบรู้เท่าทันธรรมดา ชีวิตของคนเราก็เป็นเช่นนี้เป็นอนิจจังไม่เที่ยงแท้ ทุกขังมีแต่ความทุกข์อนัตตาไม่มีตัวตนที่แน่นอน
4. วิธีคิดแบบอริยสัจ หรือ วิธีคิดแบบแก้ปัญหา คือ การพิจารณาปัญหามีอะไรบ้าง (ทุกข์) สาเหตุอยู่ที่ใด (สมุทัย) แนวทางและเป้าหมายของการแก้ปัญหาที่ตั้งไว้ (นิโรธ) พิจารณาวีการ ดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย (มรรค) ซึ่งเราสามารถใช้เป็นหลักยึดในการพิจารณาถึงความเป็นจริงและนำไปสู่การคิด ตามกระบวนการนี้
5. วิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์ คิดตามหลักการและความมุ่งหมาย เป็นการคิดแบบสุตบุรุษ หรือสัปปุริสธรรมอันเป็นคุณสมบัติของคนดี คือ รู้จักเหตุ รู้จักผลรู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักบุคคล รู้จักชุมชน
6. วิธีคิดแบบเห็นคุณ – โทษและทางออก คือ มองในเชิงคุณค่าว่าสิ่งนั้น ๆ มีคุณในแง่ไหน มีโทษในแง่ไหน มองทั้งคุณและโทษ แล้วก็หาทางออกที่จะแก้ไข
7. คิดแบบคุณค่าแท้- คุณค่าเทียม รู้จักแยกแยะสิ่งดีชั่วได้อย่างมีเหตุผล
8. วิธีคิดแบบปลุกเร้าคุณธรรม คิดแบบปลุกเร้าคุณธรรมหรือชุดความดี หมายถึง การบำเพ็ญความดี ซึ่งจะต้องกระทำให้ถึงที่สุด
9. วีคิดแบบเป็นอยู่ในขณะปัจจุบัน คือ คิดอยู่ในปัจจุบัน แนวนี้ต้องบมีวิปัสสนากรรฐานเป็นเครื่องมือ
10. วิธีคิดแบบวิภัชชวาท (แบบจำแนก) คือ คิดแบบรอบด้าน แยกแยะ มองสิ่งต่าง ๆในหลาย ๆ มุมอย่างละเอียดรอบคอบ
การคิดทั้ง 10 ข้อที่กล่าวมาสรุปได้สั้น ๆ 4 ข้อ คือ 1. คิดเป็นระเบียบ 2. คิดถูกวิธี 3. คิดเป็นเหตุเป็นผล 4. คิดให้เกิดการกระทำที่เป็นกุศล

ไฟล์ pdf pd002

Untitled-12556

ขันธ์ 5

กองแห่งรูปหรือนาม ที่ประชุมกันเข้าเป็น 5 หมวด ซึ่งบัญญัติเรียกว่า สัตว์ บุคคล ตัวตน

images

จักรวาลวิทยา

โลก 3 คือ สัตวโลก สังขารโลก โอกาสโลก (หรือ อากาสโลก)

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hvLzAvdWQvMjgvMTQxNDMzL3NzLmpwZw==

มิจฉาทิฏฐิ

การฝึกสมาธิเพื่อให้เกิดประโยชน์และคุณค่า

921228_409401582492509_1584317461_o

ความจริงของชีวิต

ธรรมชาติมีลักษณะร่วม 3 ประการ คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

ศูนย์ประสานงาน

มหาวิทยาลัยธรรมกาย แคลิฟอร์เนีย

ติดต่อด้วยตัวเอง
ศูนย์ประสานงานมหาวิทยาลัยธรรมกายแคลิฟอร์เนีย  อาคาร 100 ปีคุณยายอาจารย์ฯ โซนอาคาร 3 ชั้น 2
วัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ. ปทุมธานี    
– วันจันทร์-เสาร์ เวลา 9.00-11.00 และ 13.00-17.00 น.
– วันอาทิตย์ที่เสา N26 สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย โทรศัพท์ 062-620-9090,086-326-3822
ติดต่อทางไปรษณีย์
ส่งเอกสารต่างๆ โดยจ่าหน้าซองมาที่
ศูนย์ประสานงานดีโอยู ตู้ ป.ณ. 69 ปณจ.คลองหลวง จ.ปทุธานี 12120
ทาง Internet
website    : www.dou.us/www.thaidou.us
email        : info@dou.us (สำหรับนักศึกษาในประเทศไทย) / jp-dou@dou.us (สำหรับนักศึกษาในประเทศอื่นๆ)